Latest Post

โปรแกรมบัญชี SME ฟรี

โปรแกรมบัญชี SME ฟรี

โปรแกรม Nanosoft Mini Account.NET เป็น โปรแกรมบัญชี หรือ โปรแกรมบัญชีรับจ่าย ที่ออกแบบสำหรับ การรับจ่ายเงินประจำวันซึ่งสามารถใช้ในการจัดการเงินส่วนตัว หรือ การเงินทางด้านธุรกิจ โดยโปรแกรมจะประกอบไปด้วย ระบบการตั้งรหัสบัญชี , ระบบการบันทึกการรับจ่ายเงินประจำวัน , ระบบสมุดธนาคาร/เงินสด และ ระบบการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูล โดยตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายแม้จะไม่มีความรู้ทางด้านบัญชี โดยรายละเอียดของ โปรแกรมบัญชี รับจ่าย สามารถแบ่งได้ดังนี้

ระบบการตั้งรหัส

เป็นระบบที่ใช้สำหรับการตั้งรหัสพื้นฐาน เพื่อใช้งานในระบบของ โปรแกรมบัญชี หรือ โปรแกรมบัญชีรับจ่าย โดย จะประกอบไปด้วย การตั้งรหัส ข้อมูล ดังต่อไปนี้
  • บันทึกรหัสบัญชีหลัก 
  • บันทึกรหัสบัญชีย่อย
  • บันทึกรหัสสมุดธนาคาร/เงินสด
  • บันทึกรหัสโครงการ 
  • บันทึกรหัสผู้ใช้งานโปรแกรม  


 

เตรียมตัวเกษียณตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน

ทำไมต้องเตรียมตัวเกษียณตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน

ถ้าพูดถึงเรื่องของการเตรียมตัวเกษียณเชื่อว่าหัวข้อดังกล่าวนักลงทุน หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัว   ถ้ายิ่งนักลงทุนที่ยังอายุไม่มากนักก็ยิ่งคิดว่าเป็นหัวข้อที่อาจจะไม่ได้ น่าสนใจอะไร ความสำคัญของเรื่องการเตรียมตัวเกษียณนั้นผมคิดว่าถ้ามองจากมุมของตัวเราเอง อาจจะเป็นไปได้ที่พวกเราจะรู้สึกตระหนักเรื่องเหล่านี้ก็ต่อเมื่ออายุมาก ขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าเราประเมินเรื่องนี้ในระดับของมหภาค เราอาจจะมีมุมมองที่เปลี่ยนไป

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสอ่านงานวิจัยฉบับหนึ่งเกี่ยว กับการคาดการณ์โครงสร้างของประชากรในอนาคต ซึ่งจัดทำโดยศาสตราจารย์ ปราโมทย์ ประสาทกุล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ ซึ่งเป็น อาจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานฉบับดังกล่าวนี้เป็นการคาดการณ์ถึงโครงสร้างประชากรในอนาคตของประเทศ ไทยว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใด งานวิจัยฉบับนี้บอกว่ามีโอกาสสูงมากที่การเพิ่มของประชากรไทยในอนาคตนั้นจะ เป็นลักษณะอัตราลดลง ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตนั้นเราอาจจะพบว่าประชาการในวัยเด็กและวัยทำงานน่าจะลด น้อยลง

งานวิจัยดังกล่าวยังระบุต่ออีกว่าแนวโน้มของผู้สูงอายุ นั้นมีอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นมากจนสังคมไทยในอนาคตนั้นมีแนวโน้มที่จะกลาย เป็นสังคมของผู้สูงอายุเลยทีเดียวครับ ซึ่งตรงจุดนี้มีการประเมินโดยใช้ดัชนีที่ชื่อว่า Aging Index ดัชนีดังกล่าวเป็นการเทียบอัตราส่วนของจำนวนประชากรสูงอายุ (อายุ 60ปีขึ้นไป) ต่อจำนวนประชากรวัยเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) 100คน เช่นถ้าดัชนีอยู่ที่ 15 ซึ่งต่ำกว่า 100 หมายความว่ามีผู้สูงอายุ 15 คนต่อเด็ก 100คน เป็นต้น ดัชนี Aging Index นั้นคาดการณ์ว่าในปี 2558 ตัวเลขดัชนีจะอยู่ที่ 73.4 และในปี 2578 ดัชนีจะอยู่ที่ 174.4 ซึ่งหมายความว่าในเด็ก 100 คนจะมีผู้สูงอายุอยู่ประมาณ 174 คน

 

How to Make Candles

Candle making has been around for thousands of years. It was once a necessity in order to have light at night; it is now a hobby that many people enjoy. Candle making continues to be a popular hobby for a variety of reasons. People make candles for their own personal use, it is a great craft project to do with older children, people make candle to give away as gifts, and people even make candles to sell and create a business out of it.

Making candles for your own personal use or to give away as gifts is extremely rewarding and easy to do. Many of the local craft stores supply all of the tools you will need in order to make your own candles. You can buy wax, wicks, and molds from almost any craft stores.

With the popularity of the hobby, craft suppliers have also made things like color, decorations, and fragrance readily available for homemade candles. The rest of the supplies needed for candle making can be supplied by the hobbyist.

The first step in candle making is to prepare the wax. You do this by melting it in a double boiler. A double boiler is simply one large pot filled with water and placed on the stove top. Another smaller pot that contains the un-melted wax is sat inside the larger pot. Wax will burn when you try to melt it so using a double boiler makes it easy.

Once the wax is melted, hold the wick in place in the middle of the mold and pour in the wax. Allow the wax to cool for about four to six hours before you attempt to remove it from the mold.
Sometimes putting the entire thing into the freezer for about a half an hour will make it easier to remove the candle from the mold. You can also spray non-stick cooking spray into the mold before you pour the wax into it so it is easier to remove the finished candle.

There is almost no end to the different types of candles you can make at home. With the different fragrances, colors, and decorations your only limit is your imagination. Some candle making enthusiasts have gone as far as to make their own molds using liquid latex in order to create amazing candles.

The only problem with using latex molds is that they typically are too flexible to stand on end to pour the wax into the bottom of them. What you will need to do is to cut a hole in a piece of sturdy cardboard. The whole needs to be big enough for the mold to slip through but only up to the lip. All latex molds need a lip on the bottom for this purpose. The wax can then be poured into the bottom of the mold and the cardboard will act as support.

Some entrepreneurs have found that selling candles can be a lucrative business. They have taken their love of the hobby and their talent and turned it into a great way to make money. They do this by buying their supplies in bulk at discount prices. They also take time and effort into packaging their products attractively. The thing that really drives them is their imagination. People are always looking for something new when it comes to this old custom.




 

Leverage Risk

Leverage คือ อัตราร้อยละการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิต่ออัตราร้อยละการเปลี่ยนของยอดขาย ยกตัวอย่าง Leverage ที่มีค่าเท่ากับ 1 หมายถึง เมื่อยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1% เท่าๆกัน ดังนั้น หาก Leverage มีค่ามากกว่า 1 ก็หมายความว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของกำไรสูงกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของยอดขาย ในทางตรงกันข้าม หาก Leverage มีค่าน้อยกว่า 1 หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงของกำไรน้อยกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของยอดขาย

Leverage = %Δ Net incomes / %Δ Revenues

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Leverage ของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ สัดส่วนระหว่างต้นทุนผันแปรกับต้นทุนคงที่ และดอกเบี้ยจ่าย โดยสามารถแบ่ง Leverage ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

Operating Leverage สามารถวัดได้จาก อัตราการเปลี่ยนแปลงของรายได้ก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี ต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของยอดขาย ซึ่งบริษัทที่มี Operating Leverage สูงนั้น จะเป็นบริษัทที่มีต้นทุนในส่วนที่เป็นต้นทุนคงที่ค่อนข้างมาก ซึ่งได้แก่ อุตสาหกรรมสถานีโทรทัศน์ ซึ่งโดยมากต้นทุนจะเป็นต้นทุนค่าสัมปทาน และต้นทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่

Operating Leverage = %Δ Earning before interest expenses and taxes / %Δ Revenues

Financial Leverage เป็นการวัดความผันแปรของกำไรสุทธิ จากการใช้เงินกู้มาเป็นตัวเร่งทางการเงิน โดย Financial Leverage วัดได้จากอัตราร้อยละการเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิต่ออัตราร้อยละการเปลี่ยนแปลงของรายได้ก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี โดยบริษัทที่มีการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูง ซึ่งก็คือบริษัทที่มีหนี้สินมาก จะมี Financial Leverage ที่สูง

Financial Leverage = %Δ Net incomes / %Δ Earning before interest expenses and taxes

และเมื่อนำ Operating Leverage มาคูณกับ Financial Leverage ก็จะสามารถคำนวณหา Total Leverage ของบริษัทนั้นได้

เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน บริษัทที่มี Leverage สูง หมายความว่า เมื่อยามที่ยอดขายตกลง จะส่งผลให้กำไรของบริษัทมีการปรับตัวลดลงอย่างมาก กล่าวคือ บริษัทที่มี Leverage สูงจะมีความเสี่ยงทางด้านการดำเนินธุรกิจ หรือ Business risk ที่สูงตามไปด้วย ดังนั้นบริษัททีมี Leverage ที่สูงที่สุด อาจไม่ได้เป็นบริษัทที่ดีที่สุดเสมอไป

ที่มา http://www.one-asset.com
 

SWOT Analysis

หัวใจของธุรกิจอยู่ที่การจัดการ(Management) ซึ่งครอบคลุมการจัดการกับ 4 M คือ Marketing, Money, Material และ Man power รู้เขา รู้เรา ศึกร้อย บ่ พ่ายในทางปฏิบัติ รู้เขา จะเป็นเรื่องยากสำหรับวิสาหกิจขนาดเล็ก เนื่องจากไม่สามารถศึกษาข้อมูลของคู่แข่งขันได้อย่างเป็นระบบ ไม่มีแหล่งข้อมูลให้ค้นคว้าตลอดจนไม่มีโอกาสและเวลา ดังนั้น การ " รู้เรา" จึงเป็นทางเดียวที่สามารถทำได้ และจะเป็นประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงถ้าทำได้

SWOT Analysis คือปัจจัย 4 ประการ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพภายในของกิจการ ประกอบด้วย Strength Weakness Opportunities และ Threat

Strength และ Opportunities คือปัจจัยเสริมสร้างศักยภาพขององค์กร Weakness และ Threat คือปัจจัยบั่นทอนศักยภาพขององค์กร จึงเป็นเหมือนขั้ว + และ ขั้ว - ที่ปะปนคละเคล้ากัน ซึ่งถ้าเราเพิ่มปัจจัยบวกและลดปัจจัยลบให้ได้มากที่สุด ศักยภาพของธุรกิจก็จะมีความเข้มแข็งโดยปริยาย
Strength คือจุดแข็ง จุดที่ได้เปรียบหรือจุดที่สามารถแข่งขันได้ Strength ของบริษัทอยู่ที่ การเงิน ความเป็นผู้นำทางการตลาด ภาพพจน์ที่มีมานาน ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ คุณภาพของวัตถุดิบ ทักษะของคนงาน ฯลฯ

Opportunities คือโอกาสหรือช่องทางที่สามารถจะนำมาใช้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจของเราได้ เช่น ส่วนแบ่งทางการตลาดที่ยังพอมีที่ว่างให้เราแทรกเข้าไป การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มากระทบจนคาดว่าว่าคู่แข่งต้องปรับตัว การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะพลิกสถานการณ์ทางการตลาดให้กับสินค้าของเราได้

Threat คือสิ่งที่ธุรกิจอยากหลีกเลี่ยงและไม่อยากพบพาน เพราะหมายถึงผลกระทบทางลบที่จะมีต่อการประกอบธุรกิจ เช่นภาวะถดถอยทางธุรกิจ การเข้าสู่ตลาดของคู่แข่งรายใหม่ๆ ซัพพลายเออร์หรือคู่ค้ามีอำนาจต่อรองมากขึ้น รวมถึงการออกกฎหมาย ข้อระเบียบการใหม่ๆ ของทางการ ซึ่งอาจสร้างกรอบ หรือข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจให้เกิดขึ้นได้

Weakness หมายถึงจุดอ่อนหรือจุดเสียเปรียบ อันจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน เช่น เงินทุน ความสามารถในการจัดการ หรือทักษะทางการตลาด หรือภาพพจน์ของสินค้าเอง

การนำ Swot มาใช้วิเคราะห์ศักยภาพ และปรับปรุงการดำเนินงานของธุรกิจการทำ SWOT Analysis ผู้ประกอบการสามารถทำขึ้นเองหรือจัดจ้างบุคคลภายนอกเพื่อป้องกันการลำเอียงเข้าข้างตัวเองก็ได้ภายหลังการทำ SWOT Analysis ผู้ประกอบการจะเห็นจุดดี จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส ได้อย่างชัดเจน โดยหลักการแล้วสิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ ขจัดจุดอ่อน หาทางป้องกันอุปสรรคไว้ล่วงหน้ารวมทั้งเสริมจุดดี หรือพยายามช่วงชิงสร้างโอกาสที่เห็นให้เป็นความจริงในทางปฏิบัติโดยเร็ว
 
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. BOX20-09 - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger